เปลือกกล้วยแห้งหั่นชิ้น 100% หนัก 0.7 กิโลกรัม สำหรับโรยหน้าดิน หมักปุ๋ยน้ำ ไร้สารเคมี ตากลม ตากแดดจนแห้ง - ธอราณี
ส่วนผสมทั้งหมด:
เปลือกกล้วยน้ำว้าต้ม/เปลือกกล้วยหอม 0.7 กิโลกรัม ไม่มีสารเคมี ปุ๋ยเคมีต่างๆ ยาฆ่าแมลง *เปลือกกล้วยพวกนี้มาจากการกินของบลูเอง (ใช่ค่ะ บลูชอบกินกล้วยต้มมาก ถ้ามีสารเคมี บลูคงขิตไปแล้วนานแล้ว 555) กล้วยที่ปลูกก็ใช้แค่ขี้สัตว์เป็นปุ๋ยหลัก และแอบฝากเทวคาเลี้ยง ไม่เคยใช้ปุ๋ยเคมีทุกชนิดพวกสูตรเลข 3 ตัวเลยสักครั้ง และใช้การตากแห้งแบบดั้งเดิม ตากลม ตากแดดกันเขื้อรา
สารอาหารในเปลือกกล้วยแห้ง:
- โพแทสเซียม (K) ช่วยในการสร้างดอก ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี รสชาติดี และต้านทานความเครียดจากภัยแล้งหรือโรคได้ดี เหมือนเป็นภูมิคุ้มกันให้พืช
- ฟอสฟอรัส (P) กระตุ้นการ เจริญเติบโตของราก ทำให้รากแข็งแรง พืชสามารถดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น
- แคลเซียม (Ca) เสริมสร้างผนังเซลล์ให้แข็งแรง ทำให้พืชตั้งตรง ไม่ล้มง่าย และป้องกันปัญหาปลายใบไหม้หรือผลเน่าจากภายใน
- แมกนีเซียม (Mg) ส่วนประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ ช่วยให้ใบเขียวเข้ม จัดการการสังเคราะห์แสงได้เต็มที่
- ค่า pH ใกล้ความเป็นกลาง โดยธรรมชาติแล้วเปลือกกล้วยมีค่า pH ประมาณ 6-7 ซึ่ง เหมาะกับพืชส่วนใหญ่ และไม่ทำให้ดินเป็นกรดหรือด่างเกินไป
และอื่นๆ
ข้อควรระวัง
เพื่อน ๆ ต้องเข้าใจก่อนว่าของธรรมชาติ ไม่ใช่ปุ๋ยเคมีที่ใส่แล้วจะเห็นผลทันตาใน 3 วัน 7 วัน มันคือการบำรุงไม่ใช่ กระตุ้นค่ะ
- การย่อยสลายช้า - เปลือกกล้วยแห้งมี เส้นใยสูง ต้องใช้เวลาในการย่อยสลายเป็นแร่ธาตุที่พืชดูดซึมได้
- ดึงดูดแมลง/ศัตรูพืช - ถ้าโรย หนาเกินไป หรือยังชื้นอยู่ อาจดึงดูด แมลงหวี่, มด, หรือรา เคยมีเพื่อนบลูโรยไปกองเบ้อเริ่ม สุดท้ายเจอ กองทัพแมลงหวี่ บลูว่าคล้าย ๆ เวลาเราลืมปิดฝาถังขยะในครัว
- เชื้อราขาว/ราเมือก - ระหว่างการย่อยสลาย อาจเกิด เชื้อราขาว ที่ไม่ใช่ราโรคพืช แต่เป็นราที่ช่วยย่อยสลาย ลูกค้าอาจจะตกใจนึกว่าเป็นโรค มันคือสัญญาณของการย่อยสลายค่ะ ไม่ใช่โรคระบาด
- เน้น K ไม่ครบ N-P ปลือกกล้วย เน้นโพแทสเซียม (K) สูงมาก แต่ ไนโตรเจน (N) ต่ำ ถ้าใช้แค่เปลือกกล้วยอย่างเดียว ใบจะไม่งามเท่าที่ควร ต้องผสมกับปุ๋ย N สูงอื่น ๆ
- ห้ามใช้มากเกินไปในกระถางเล็ก ปริมาณที่มากเกินไป จะแย่งพื้นที่อากาศในดิน ทำให้รากขาดอากาศหายใจได้
- คุณภาพดินตั้งต้น ถ้าดินเดิมมี อินทรียวัตถุต่ำมาก เปลือกกล้วยอาจจะย่อยสลายได้ช้ากว่าปกติ
- ต้องใส่ใจสม่ำเสมอ การใช้ปุ๋ยธรรมชาติต้องทำซ้ำ ๆ ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่ใส่ครั้งเดียวจบ มันคือการลงทุนระยะยาวค่ะ
เหมาะกับ
- ไม้ผลทุกชนิด โพแทสเซียม (K) สูง ช่วยในการติดผล และเพิ่มความหวาน
- ไม้ดอก (กุหลาบ, อัญชัน, มะลิ) K จะช่วย กระตุ้นการออกดอก ทำให้ดอกใหญ่ สีสด และดกขึ้น
- พืชหัว/พืชราก (มันฝรั่ง, แครอท, ขิง) P และ K ช่วยในการสร้างและขยายหัว ใต้ดินให้สมบูรณ์
- พืชที่ปลูกในห้องนอน/Indoor Plant มีกลิ่นอ่อน และไม่รบกวนเมื่อแห้ง และไม่มีสารเคมี
- พืชที่กำลังให้ผลผลิตต่อเนื่อง K ช่วยยืดอายุการให้ผลผลิต และทำให้ผลผลิตรอบต่อไปไม่โทรมเร็ว
- พืชที่ขาด K สังเกตจาก ใบแก่เหลืองที่ขอบ หรือผลไม่สมบูรณ์
- พืชที่เน้นความต้านทานโรค K ช่วยในการควบคุมน้ำในเซลล์ ทำให้พืชแข็งแรงทนทานต่อการเข้าทำลายของโรค
ไม่เหมาะกับ
- การใส่ในระบบไฮโดรโปนิกส์ เป็นสารอินทรีย์ที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ทั้งหมด และจะอุดตันท่อ และสร้างเมือกในระบบ
- สวนใหญ่เชิงพาณิชย์ ด้วยปริมาณและอัตราการใช้จะ ไม่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับปุ๋ยอื่น ๆ และต้องใช้แรงงานเยอะมากในการโรยค่ะ
- พืชที่ชอบดินเป็นกรด (เช่น บลูเบอร์รี่, แครนเบอร์รี่) เปลือกกล้วยมีค่า pH ใกล้ เป็นกลาง (6-7) ซึ่งอาจไปลดความเป็นกรด ที่พืชต้องการ
วิธีการใช้งาน & สูตรน้ำหมักปุ๋ย
-โรยหน้าดินในกระถาง: ขุดดินรอบ ๆ โคนต้น (ห่างจากลำต้นเล็กน้อย) แล้วโรยเปลือกกล้วยแห้งหั่นชิ้นประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ต่อกระถางขนาด 10-12 นิ้ว ห้ามโรยจนปิดหน้าดินหมด ควรโรยแบบบาง ๆ เพื่อป้องกันเชื้อราและให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก
-ผสมลงในดินปลูก (ตอนเปลี่ยนกระถาง): ผสมเปลือกกล้วยแห้งลงไปในดินปลูกในอัตราส่วน 1 ส่วนเปลือกกล้วย ต่อ 10-20 ส่วนดิน (หรือประมาณ 5-10% ของปริมาณดิน) เป็นการสร้างแหล่งอาหารสำรองระยะยาวให้กับพืชตลอดการเติบโตในกระถางนั้น
-สูตรน้ำหมักปุ๋ยพื้นฐานเร่งดอก ใช้เปลือกกล้วยแห้ง: 3 ส่วน / น้ำตาลทรายแดง/กากน้ำตาล: 1 ส่วน / น้ำเปล่า: 10 ส่วน เน้นโพแทสเซียม (K) แบบเข้มข้น เหมือนบูสเตอร์ช็อตสำหรับการ เร่งดอกและผล ใช้ได้ดีเมื่อพืชกำลังจะเข้าสู่ระยะออกดอก
🕵️ วิธีเช็กว่าเราได้ของแท้ ธรรมชาติจริงๆ ไม่โดนต้ม ไม่มีสารเคมี
-ของแท้ 100% ที่ผ่านการปลูกแบบอินทรีย์และตากแห้ง จะมีกลิ่นอ่อน ๆ คล้ายผลไม้แห้ง บางครั้งอาจมี กลิ่นคาวดิน หรือ กลิ่นเหม็นเขียวน้อย ๆ แต่จะไม่มีกลิ่นสารเคมีรุนแรง หรือกลิ่นคล้ายปุ๋ยเม็ดที่เราคุ้นเคย (อันนั้นคือกลิ่นแอมโมเนีย)
- เปลือกกล้วยแห้งธรรมชาติจะ มีความยืดหยุ่นเล็กน้อย ไม่เปราะหรือแตกหักง่ายเหมือนแครกเกอร์ และถ้าลอง บิด ดู จะรู้สึกถึงเส้นใยที่เป็นของจริง (ถ้ามีสารเคลือบผิวจะดูเงาผิดปกติ)
- สีจะไม่สม่ำเสมอ จะมีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อน ไปจนถึงน้ำตาลเข้มเกือบดำ และอาจมีร่องรอยของ จุดดำ (ของธรรมชาติ) ไม่ใช่สีเหลืองนวลสวยเท่ากันทั้งถุงเหมือนผ่านการฟอกสี
- ลองเอาเปลือกกล้วยแห้งไปแช่น้ำดู ถ้าเป็นของธรรมชาติ เมื่อแช่น้ำไปสักพัก จะอิ่มตัวและจมลง อย่างช้า ๆ ถ้ามีสารเคมีเคลือบผิว หรือเป็นปุ๋ยอัดเม็ดปลอม อาจจะจมเร็วเกินไปหรือไม่ยอมจมเลย
📦 สิ่งที่เราอาจเจอเมื่อเปิดถุงพัสดุ: ธรรมชาติไม่มีคำว่า Perfect 100%
-การเกิดไอน้ำหรือความชื้น เพราะอากาศร้อนของไทยค่ะ เวลาของแห้งที่เย็นกว่าในถุง (อุณหภูมิภายในถุง) ถูกส่งมาเจอ ความร้อนภายนอก อุณหภูมิในถุงแกว่ง ทำให้เกิดไอน้ำ (เหมือนเวลาเราเปิดแอร์แล้วฝนตกนอกบ้าน) วิธีแก้คือเปิดปากถุงแล้ว ผึ่งลม ในที่ร่มทันที ความชื้นจะระเหยไปเองค่ะ
เปลือกกล้วยแห้งหั่นชิ้น 100% หนัก 0.7 กิโลกรัม สำหรับโรยหน้าดิน หมักปุ๋ยน้ำ ไร้สารเคมี ตากลม ตากแดดจนแห้ง - ธอราณี
ส่วนผสมทั้งหมด:
เปลือกกล้วยน้ำว้าต้ม/เปลือกกล้วยหอม 0.7 กิโลกรัม ไม่มีสารเคมี ปุ๋ยเคมีต่างๆ ยาฆ่าแมลง *เปลือกกล้วยพวกนี้มาจากการกินของบลูเอง (ใช่ค่ะ บลูชอบกินกล้วยต้มมาก ถ้ามีสารเคมี บลูคงขิตไปแล้วนานแล้ว 555) กล้วยที่ปลูกก็ใช้แค่ขี้สัตว์เป็นปุ๋ยหลัก และแอบฝากเทวคาเลี้ยง ไม่เคยใช้ปุ๋ยเคมีทุกชนิดพวกสูตรเลข 3 ตัวเลยสักครั้ง และใช้การตากแห้งแบบดั้งเดิม ตากลม ตากแดดกันเขื้อรา
สารอาหารในเปลือกกล้วยแห้ง:
- โพแทสเซียม (K) ช่วยในการสร้างดอก ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี รสชาติดี และต้านทานความเครียดจากภัยแล้งหรือโรคได้ดี เหมือนเป็นภูมิคุ้มกันให้พืช
- ฟอสฟอรัส (P) กระตุ้นการ เจริญเติบโตของราก ทำให้รากแข็งแรง พืชสามารถดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น
- แคลเซียม (Ca) เสริมสร้างผนังเซลล์ให้แข็งแรง ทำให้พืชตั้งตรง ไม่ล้มง่าย และป้องกันปัญหาปลายใบไหม้หรือผลเน่าจากภายใน
- แมกนีเซียม (Mg) ส่วนประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ ช่วยให้ใบเขียวเข้ม จัดการการสังเคราะห์แสงได้เต็มที่
- ค่า pH ใกล้ความเป็นกลาง โดยธรรมชาติแล้วเปลือกกล้วยมีค่า pH ประมาณ 6-7 ซึ่ง เหมาะกับพืชส่วนใหญ่ และไม่ทำให้ดินเป็นกรดหรือด่างเกินไป
และอื่นๆ
ข้อควรระวัง
เพื่อน ๆ ต้องเข้าใจก่อนว่าของธรรมชาติ ไม่ใช่ปุ๋ยเคมีที่ใส่แล้วจะเห็นผลทันตาใน 3 วัน 7 วัน มันคือการบำรุงไม่ใช่ กระตุ้นค่ะ
- การย่อยสลายช้า - เปลือกกล้วยแห้งมี เส้นใยสูง ต้องใช้เวลาในการย่อยสลายเป็นแร่ธาตุที่พืชดูดซึมได้
- ดึงดูดแมลง/ศัตรูพืช - ถ้าโรย หนาเกินไป หรือยังชื้นอยู่ อาจดึงดูด แมลงหวี่, มด, หรือรา เคยมีเพื่อนบลูโรยไปกองเบ้อเริ่ม สุดท้ายเจอ กองทัพแมลงหวี่ บลูว่าคล้าย ๆ เวลาเราลืมปิดฝาถังขยะในครัว
- เชื้อราขาว/ราเมือก - ระหว่างการย่อยสลาย อาจเกิด เชื้อราขาว ที่ไม่ใช่ราโรคพืช แต่เป็นราที่ช่วยย่อยสลาย ลูกค้าอาจจะตกใจนึกว่าเป็นโรค มันคือสัญญาณของการย่อยสลายค่ะ ไม่ใช่โรคระบาด
- เน้น K ไม่ครบ N-P ปลือกกล้วย เน้นโพแทสเซียม (K) สูงมาก แต่ ไนโตรเจน (N) ต่ำ ถ้าใช้แค่เปลือกกล้วยอย่างเดียว ใบจะไม่งามเท่าที่ควร ต้องผสมกับปุ๋ย N สูงอื่น ๆ
- ห้ามใช้มากเกินไปในกระถางเล็ก ปริมาณที่มากเกินไป จะแย่งพื้นที่อากาศในดิน ทำให้รากขาดอากาศหายใจได้
- คุณภาพดินตั้งต้น ถ้าดินเดิมมี อินทรียวัตถุต่ำมาก เปลือกกล้วยอาจจะย่อยสลายได้ช้ากว่าปกติ
- ต้องใส่ใจสม่ำเสมอ การใช้ปุ๋ยธรรมชาติต้องทำซ้ำ ๆ ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่ใส่ครั้งเดียวจบ มันคือการลงทุนระยะยาวค่ะ
เหมาะกับ
- ไม้ผลทุกชนิด โพแทสเซียม (K) สูง ช่วยในการติดผล และเพิ่มความหวาน
- ไม้ดอก (กุหลาบ, อัญชัน, มะลิ) K จะช่วย กระตุ้นการออกดอก ทำให้ดอกใหญ่ สีสด และดกขึ้น
- พืชหัว/พืชราก (มันฝรั่ง, แครอท, ขิง) P และ K ช่วยในการสร้างและขยายหัว ใต้ดินให้สมบูรณ์
- พืชที่ปลูกในห้องนอน/Indoor Plant มีกลิ่นอ่อน และไม่รบกวนเมื่อแห้ง และไม่มีสารเคมี
- พืชที่กำลังให้ผลผลิตต่อเนื่อง K ช่วยยืดอายุการให้ผลผลิต และทำให้ผลผลิตรอบต่อไปไม่โทรมเร็ว
- พืชที่ขาด K สังเกตจาก ใบแก่เหลืองที่ขอบ หรือผลไม่สมบูรณ์
- พืชที่เน้นความต้านทานโรค K ช่วยในการควบคุมน้ำในเซลล์ ทำให้พืชแข็งแรงทนทานต่อการเข้าทำลายของโรค
ไม่เหมาะกับ
- การใส่ในระบบไฮโดรโปนิกส์ เป็นสารอินทรีย์ที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ทั้งหมด และจะอุดตันท่อ และสร้างเมือกในระบบ
- สวนใหญ่เชิงพาณิชย์ ด้วยปริมาณและอัตราการใช้จะ ไม่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับปุ๋ยอื่น ๆ และต้องใช้แรงงานเยอะมากในการโรยค่ะ
- พืชที่ชอบดินเป็นกรด (เช่น บลูเบอร์รี่, แครนเบอร์รี่) เปลือกกล้วยมีค่า pH ใกล้ เป็นกลาง (6-7) ซึ่งอาจไปลดความเป็นกรด ที่พืชต้องการ
วิธีการใช้งาน & สูตรน้ำหมักปุ๋ย
-โรยหน้าดินในกระถาง: ขุดดินรอบ ๆ โคนต้น (ห่างจากลำต้นเล็กน้อย) แล้วโรยเปลือกกล้วยแห้งหั่นชิ้นประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ต่อกระถางขนาด 10-12 นิ้ว ห้ามโรยจนปิดหน้าดินหมด ควรโรยแบบบาง ๆ เพื่อป้องกันเชื้อราและให้มีอากาศถ่ายเทสะดวก
-ผสมลงในดินปลูก (ตอนเปลี่ยนกระถาง): ผสมเปลือกกล้วยแห้งลงไปในดินปลูกในอัตราส่วน 1 ส่วนเปลือกกล้วย ต่อ 10-20 ส่วนดิน (หรือประมาณ 5-10% ของปริมาณดิน) เป็นการสร้างแหล่งอาหารสำรองระยะยาวให้กับพืชตลอดการเติบโตในกระถางนั้น
-สูตรน้ำหมักปุ๋ยพื้นฐานเร่งดอก ใช้เปลือกกล้วยแห้ง: 3 ส่วน / น้ำตาลทรายแดง/กากน้ำตาล: 1 ส่วน / น้ำเปล่า: 10 ส่วน เน้นโพแทสเซียม (K) แบบเข้มข้น เหมือนบูสเตอร์ช็อตสำหรับการ เร่งดอกและผล ใช้ได้ดีเมื่อพืชกำลังจะเข้าสู่ระยะออกดอก
🕵️ วิธีเช็กว่าเราได้ของแท้ ธรรมชาติจริงๆ ไม่โดนต้ม ไม่มีสารเคมี
-ของแท้ 100% ที่ผ่านการปลูกแบบอินทรีย์และตากแห้ง จะมีกลิ่นอ่อน ๆ คล้ายผลไม้แห้ง บางครั้งอาจมี กลิ่นคาวดิน หรือ กลิ่นเหม็นเขียวน้อย ๆ แต่จะไม่มีกลิ่นสารเคมีรุนแรง หรือกลิ่นคล้ายปุ๋ยเม็ดที่เราคุ้นเคย (อันนั้นคือกลิ่นแอมโมเนีย)
- เปลือกกล้วยแห้งธรรมชาติจะ มีความยืดหยุ่นเล็กน้อย ไม่เปราะหรือแตกหักง่ายเหมือนแครกเกอร์ และถ้าลอง บิด ดู จะรู้สึกถึงเส้นใยที่เป็นของจริง (ถ้ามีสารเคลือบผิวจะดูเงาผิดปกติ)
- สีจะไม่สม่ำเสมอ จะมีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อน ไปจนถึงน้ำตาลเข้มเกือบดำ และอาจมีร่องรอยของ จุดดำ (ของธรรมชาติ) ไม่ใช่สีเหลืองนวลสวยเท่ากันทั้งถุงเหมือนผ่านการฟอกสี
- ลองเอาเปลือกกล้วยแห้งไปแช่น้ำดู ถ้าเป็นของธรรมชาติ เมื่อแช่น้ำไปสักพัก จะอิ่มตัวและจมลง อย่างช้า ๆ ถ้ามีสารเคมีเคลือบผิว หรือเป็นปุ๋ยอัดเม็ดปลอม อาจจะจมเร็วเกินไปหรือไม่ยอมจมเลย
📦 สิ่งที่เราอาจเจอเมื่อเปิดถุงพัสดุ: ธรรมชาติไม่มีคำว่า Perfect 100%
-การเกิดไอน้ำหรือความชื้น เพราะอากาศร้อนของไทยค่ะ เวลาของแห้งที่เย็นกว่าในถุง (อุณหภูมิภายในถุง) ถูกส่งมาเจอ ความร้อนภายนอก อุณหภูมิในถุงแกว่ง ทำให้เกิดไอน้ำ (เหมือนเวลาเราเปิดแอร์แล้วฝนตกนอกบ้าน) วิธีแก้คือเปิดปากถุงแล้ว ผึ่งลม ในที่ร่มทันที ความชื้นจะระเหยไปเองค่ะ