สนขาวโอซาก้า(สำหรับผู้ชอบความท้าทาย)จะมีปัญหาเรื่องการงอกของเมล็ด เนื่องจากสนขาวเป็นพืชป่าที่เจริญเติบโตบนพื้นที่ที่อยู่ในสูงกว่าระดับน้ำทะเล1,000เมตรขึ้นไป เมื่อเอามาเพาะเมล็ดในเขตร้อน ความกดอากาศของที่ราบจะมีผลต่อการงอกของเมล็ด ทำให้อัตราในการงอกต่ำ-ต่ำมาก ***แนะนำ:สนขาวควรเพาะ ในพื้นที่ที่เป็นที่สูงที่ที่มีอากาศเย็น หรือสำหรับผู้ที่มีวิธีแก้ปัญหานี้***
สนโอซาก้า สุดยอดพันธุ์สนบอนไซ Ōsakamatsu(大阪松) / Japanese Osaka pine
ชื่อวิทยาศาตร์ Pinus parviflora ‘Aurea’
บรรจุ : 10เมล็ด/ 20เมล็ด แปลและเรียบเรียง: mpseeds
สุดยอดสายพันธุ์บอนไซสน กลายพันธุ์มาจากสนขาวญี่ปุ่น/สนห้าเข็ม(สนห้าใบ) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีค่ามากที่สุดในพันธุ์สนขาว มักใช้เป็นพันธุ์บอนไซ และไม่ค่อยพบเห็นมีการปลูกลงดิน ใบ5ใบรวมเป็น1ช่อ ต้นเตี้ยแข็งแรง ทรงสง่า ต้นสนโอซาก้าเป็นหนึ่งในต้นสนที่มีความหนาแน่นของตาและใบแน่น เจริญเติบโตช้ามาก สีสวย เข็มสั้น 2 ซม.กิ่งก้านแน่น ต้นเตี้ยเจริญเติบโตช้า ใบสั้นกิ่งก้านหนาแน่น ท่าทางสง่า และทรงต้นสวย
การเพาะเมล็ดสนขาว/สนโอซาก้า แปลและเรียบเรียง : mpseeds
ก่อนเพาะจำเป็นต้องเอาเมล็ดสนโอซาก้าแช่น้ำ5นาทีแล้วเอาขึ้นมาผึ่งลมให้แห้ง ห่อด้วยผ้าขาว/กระดาษชื้นหรือจะใส่ในทรายที่ชื้น แล้วใส่ในถุงซีปเก็บไว้ในตู้เย็น ให้เก็บไว้ใกล้กับช่องลม เมล็ดสนโอซาก้าจำเป็นต้องอยู่ในอุณภูมิ0-5 ̊C ความชื้นที่ 60% เป็นเวลา70-80วันก่อนเพาะ เพื่อทำลายการพักตัว การควบแน่นโดยการเข้าตู้เย็น2เดือนขึ้นไป เพื่อทำจำลองสภาพแวดล้อมเหมือนธรรมชาติให้เหมือนฤดูหนาว หลอกให้เมล็ดที่ผ่านการแช่น้ำรู้สึกว่าเหมือนอยู่ในฤดูหนาว เมื่อเอาออกมาตู้เย็นก็เหมือนเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ทำให้พร้อมที่จะงอก เมื่อครอบเวลายังเอาไปเพาะทันทีไม่ได้ ต้องเอาไปแช่น้ำอีกครั้ง 1 คืนคัดเอาเมล็ดที่ลอยน้ำออก ค่อยผึ่งลมให้แห้งจึงสามารถเอาไปเพาะได้
ดินเพาะสำหรับสนโอซาก้ามีความสำคัญมาก ที่ต่างประเทศจะมีดินผสมที่ไว้ปลูกสนโดยเฉพาะจำหน่ายส่วนบ้านเราไม่มี แต่เราสามารถผสมเองโดยใช้ดินร่วนละเอียดที่อุดมสมบูรณ์มีอินทรีย์วัตถุสูง ผสมกับทรายในอัตราส่วนประมาณ 10:1 ถือหลักว่าดินที่ใช้ปลูกมีความอุดมสมบูรณ์ มีธาตุอาหารเพียงพอ ระบายน้ำ อากาศถ่ายเท
เมื่อได้เมล็ดที่พร้อมเพาะตามที่ต้องการ สามารถใช้กรรไกรตัดเล็บตัดปลายของเมล็ดออกนิดนึง เพื่อให้เมล็ดได้รับออกซิเจนมากขึ้นในระหว่างงอก แค่เอาเปลือกทางปลายออกแล้วเห็นเนื้อในก็พอ อย่าตัดถึงเนื้อใน การหยอดเมล็ดให้หยอดระยะ9*9ซม. โรยดินเพาะทับความหนา1-2เท่าของเมล็ด รดน้ำ รักษาความชื้นไว้ พรางแสง60%(หรือให้โดนแดดช่วงเช้า) ถ้าอุณภูมิที่25-28 ̊Cประมาณ 70-80วันเมล็ดก็เริ่มงอก หลังเมล็ดงอกแล้วช่วงแรกๆ ยังไม่สมควรที่จะให้ปุ๋ย แต่ต้องรักษาความชื้นให้พอเหมาะ (ทางร้านคิดว่าในสภาพอากาศประเทศไทย ควรมีการฉีกพ่นยาป้องกันเชื้อราตามอัตรา ป้องกันโรคเน่าคอดิน)
การดูแลรักษา สนโอซาก้ามีความต้องการปุ๋ยไม่มาก ถ้าให้ปุ๋ยมากเกินไป จะทำให้กิ่งก้านเจริญเติบโตสมบูรณ์เกินไป ใบก็ยาวขึ้น ทำให้ต้นเสียทรง ที่ต่างประเทศเขาจะให้ปุ๋ย3ครั้งต่อปี ให้ช่วงฤดูใบไม้ผลิ 1 ครั้งช่วงแตกยอด เป็นปุ๋ยน้ำอินทรีย์ เสริมการเจริญเติบครั้งที่2เมื่อต้นออกใบเต็มต้น สีใบเขียวเข้ม ใช้ปุ๋ยน้ำอินทรีย์เช่นกันครั้งที่3ก่อนฤดูใบไม้ร่วง ก่อนต้นเข้าสู่การพักต้นให้ปุ๋ยน้ำอินทรีย์เช่นกัน แต่ครั้งที่3 ความเข้มข้นจะสูงกว่าครั้งที่1-2นิดนึง เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตทางกิ่งก้าน
ส่วนบ้านเราที่ไม่มีฤดูใบไม้ผลิและร่วง ต้นไม้อาจไม่มีการพักต้น อาจเป็นการว่าเจริญเติบโตทั้งปี ทางร้านคิดว่าน่าจะให้ปุ๋ย3ครั้งเช่นกัน ก่อนเข้าหน้าหนาว(หน้าแล้ง)ช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. ก่อนเข้าหน้าร้อน ปลายเดือนมี.ค. และเข้าหน้าฝนเดือน ก.ค.-
สนขาวโอซาก้า(สำหรับผู้ชอบความท้าทาย)จะมีปัญหาเรื่องการงอกของเมล็ด เนื่องจากสนขาวเป็นพืชป่าที่เจริญเติบโตบนพื้นที่ที่อยู่ในสูงกว่าระดับน้ำทะเล1,000เมตรขึ้นไป เมื่อเอามาเพาะเมล็ดในเขตร้อน ความกดอากาศของที่ราบจะมีผลต่อการงอกของเมล็ด ทำให้อัตราในการงอกต่ำ-ต่ำมาก ***แนะนำ:สนขาวควรเพาะ ในพื้นที่ที่เป็นที่สูงที่ที่มีอากาศเย็น หรือสำหรับผู้ที่มีวิธีแก้ปัญหานี้***
สนโอซาก้า สุดยอดพันธุ์สนบอนไซ Ōsakamatsu(大阪松) / Japanese Osaka pine
ชื่อวิทยาศาตร์ Pinus parviflora ‘Aurea’
บรรจุ : 10เมล็ด/ 20เมล็ด แปลและเรียบเรียง: mpseeds
สุดยอดสายพันธุ์บอนไซสน กลายพันธุ์มาจากสนขาวญี่ปุ่น/สนห้าเข็ม(สนห้าใบ) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีค่ามากที่สุดในพันธุ์สนขาว มักใช้เป็นพันธุ์บอนไซ และไม่ค่อยพบเห็นมีการปลูกลงดิน ใบ5ใบรวมเป็น1ช่อ ต้นเตี้ยแข็งแรง ทรงสง่า ต้นสนโอซาก้าเป็นหนึ่งในต้นสนที่มีความหนาแน่นของตาและใบแน่น เจริญเติบโตช้ามาก สีสวย เข็มสั้น 2 ซม.กิ่งก้านแน่น ต้นเตี้ยเจริญเติบโตช้า ใบสั้นกิ่งก้านหนาแน่น ท่าทางสง่า และทรงต้นสวย
การเพาะเมล็ดสนขาว/สนโอซาก้า แปลและเรียบเรียง : mpseeds
ก่อนเพาะจำเป็นต้องเอาเมล็ดสนโอซาก้าแช่น้ำ5นาทีแล้วเอาขึ้นมาผึ่งลมให้แห้ง ห่อด้วยผ้าขาว/กระดาษชื้นหรือจะใส่ในทรายที่ชื้น แล้วใส่ในถุงซีปเก็บไว้ในตู้เย็น ให้เก็บไว้ใกล้กับช่องลม เมล็ดสนโอซาก้าจำเป็นต้องอยู่ในอุณภูมิ0-5 ̊C ความชื้นที่ 60% เป็นเวลา70-80วันก่อนเพาะ เพื่อทำลายการพักตัว การควบแน่นโดยการเข้าตู้เย็น2เดือนขึ้นไป เพื่อทำจำลองสภาพแวดล้อมเหมือนธรรมชาติให้เหมือนฤดูหนาว หลอกให้เมล็ดที่ผ่านการแช่น้ำรู้สึกว่าเหมือนอยู่ในฤดูหนาว เมื่อเอาออกมาตู้เย็นก็เหมือนเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ทำให้พร้อมที่จะงอก เมื่อครอบเวลายังเอาไปเพาะทันทีไม่ได้ ต้องเอาไปแช่น้ำอีกครั้ง 1 คืนคัดเอาเมล็ดที่ลอยน้ำออก ค่อยผึ่งลมให้แห้งจึงสามารถเอาไปเพาะได้
ดินเพาะสำหรับสนโอซาก้ามีความสำคัญมาก ที่ต่างประเทศจะมีดินผสมที่ไว้ปลูกสนโดยเฉพาะจำหน่ายส่วนบ้านเราไม่มี แต่เราสามารถผสมเองโดยใช้ดินร่วนละเอียดที่อุดมสมบูรณ์มีอินทรีย์วัตถุสูง ผสมกับทรายในอัตราส่วนประมาณ 10:1 ถือหลักว่าดินที่ใช้ปลูกมีความอุดมสมบูรณ์ มีธาตุอาหารเพียงพอ ระบายน้ำ อากาศถ่ายเท
เมื่อได้เมล็ดที่พร้อมเพาะตามที่ต้องการ สามารถใช้กรรไกรตัดเล็บตัดปลายของเมล็ดออกนิดนึง เพื่อให้เมล็ดได้รับออกซิเจนมากขึ้นในระหว่างงอก แค่เอาเปลือกทางปลายออกแล้วเห็นเนื้อในก็พอ อย่าตัดถึงเนื้อใน การหยอดเมล็ดให้หยอดระยะ9*9ซม. โรยดินเพาะทับความหนา1-2เท่าของเมล็ด รดน้ำ รักษาความชื้นไว้ พรางแสง60%(หรือให้โดนแดดช่วงเช้า) ถ้าอุณภูมิที่25-28 ̊Cประมาณ 70-80วันเมล็ดก็เริ่มงอก หลังเมล็ดงอกแล้วช่วงแรกๆ ยังไม่สมควรที่จะให้ปุ๋ย แต่ต้องรักษาความชื้นให้พอเหมาะ (ทางร้านคิดว่าในสภาพอากาศประเทศไทย ควรมีการฉีกพ่นยาป้องกันเชื้อราตามอัตรา ป้องกันโรคเน่าคอดิน)
การดูแลรักษา สนโอซาก้ามีความต้องการปุ๋ยไม่มาก ถ้าให้ปุ๋ยมากเกินไป จะทำให้กิ่งก้านเจริญเติบโตสมบูรณ์เกินไป ใบก็ยาวขึ้น ทำให้ต้นเสียทรง ที่ต่างประเทศเขาจะให้ปุ๋ย3ครั้งต่อปี ให้ช่วงฤดูใบไม้ผลิ 1 ครั้งช่วงแตกยอด เป็นปุ๋ยน้ำอินทรีย์ เสริมการเจริญเติบครั้งที่2เมื่อต้นออกใบเต็มต้น สีใบเขียวเข้ม ใช้ปุ๋ยน้ำอินทรีย์เช่นกันครั้งที่3ก่อนฤดูใบไม้ร่วง ก่อนต้นเข้าสู่การพักต้นให้ปุ๋ยน้ำอินทรีย์เช่นกัน แต่ครั้งที่3 ความเข้มข้นจะสูงกว่าครั้งที่1-2นิดนึง เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตทางกิ่งก้าน
ส่วนบ้านเราที่ไม่มีฤดูใบไม้ผลิและร่วง ต้นไม้อาจไม่มีการพักต้น อาจเป็นการว่าเจริญเติบโตทั้งปี ทางร้านคิดว่าน่าจะให้ปุ๋ย3ครั้งเช่นกัน ก่อนเข้าหน้าหนาว(หน้าแล้ง)ช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. ก่อนเข้าหน้าร้อน ปลายเดือนมี.ค. และเข้าหน้าฝนเดือน ก.ค.-