เมล็ดพันธุ์ โกโบ ทากิโนกาว่า ( Gobo Takinogawa Seed ) บรรจุ 5 เมล็ด
เมล็ดพันธุ์: โกโบ ทากิโนกาว่า
ชื่อพันธุ์ : Gobo Takinogawa
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Arctium lappa
บรรจุซองละ 5 เมล็ด
รสชาติและกลิ่น : จืด มันๆ
สายพันธุ์: แท้ OP (สามารถใช้เมล็ดรุ่นต่อไป ปลูกต่อได้ )
อายุเก็บเกี่ยว: 120 วัน
ความต้องการแสงแดด: แดดจัดหรือแดดเต็มวัน
ดินที่เหมาะสมกับการปลูก: ดินร่วน / ดินร่วนปนทราย
อัตรางอกประมาณ: 80%
รายละเอียด : โกโบ (Gobo) หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Burdock Root” เป็นส่วนของรากไม้ตระกูลหญ้าเจ้าชูชนิดดี
ซึ่งสามารถรับประทานได้ มีชื่อเป็นภาษาลาตินว่า “Arctium lappa” โดยโกโบจะพบได้ทั่วไปในที่ที่อากาศดี
ดินมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ และแสงแดดจัด แล้วยังมีการเพาะปลูกกันทั่วไปในญี่ปุ่นด้วย
การปลูกโกโบนั้น มักจะเริ่มเพาะเมล็ดกันราวกลางฤดูร้อน จะใช้เวลาเพียง 3 – 4 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ คือประมาณปลายฤดูใบไม้ร่วง หลังจากนั้นโกโบก็จะมีกากใยมากเกินไป ส่วนใหญ่จึงจะเก็บเกี่ยวกับเมื่อมีอายุราว 3 เดือน แต่โกโบเป็นพืชจะชอบปุ๋ยมาก สมัยก่อนเกษตรกรจึงนิยมใส่ปุ๋ยเคมีในปริมาณมาก อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka Prefecture) ก็เริ่มมีความนิยมในการปลูกโกโบแบบออร์แกนิคส์มากขึ้นเรื่อยๆ เน้นการเพาะปลูกแบบชีวภาพ เป็นธรรมชาติ โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง
ลักษณะของรากโกโบนั้นค่อนข้างเรียว มีความหนาเฉลี่ยประมาณ 2 เซนติเมตร และสามารถยาวได้ถึง 1 เมตร โกโบมีลักษณะกรุบกรอบ และมีรสหวานอ่อนๆ แต่ก็มีกลิ่นฉุนเหมือนกัน ซึ่งสามารถลดความขื่นได้โดยการหั่นโกโบเป็นชิ้นเล็กๆ และแช่น้ำทิ้งไว้ 5 – 10 นาที อย่างไรก็ตามถ้านำโกโบไปทำ Tonjiru (ทงจิรุ) หรือซุปมิโสะใส่หมู ความขื่นนี้จะทำให้รสชาติของ Tonjiru อร่อยขึ้น แล้วดอกอ่อนของโกโบสามารถเก็บเกี่ยวมารับประทานได้เช่นกันในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ รสชาติก็คล้ายๆ กับอาร์ติโช้ก (Artichoke) ซึ่งเป็นพืชในตระกูลเดียวกัน
เมนูที่นิยมนำโกโบมาทำนอกจาก Tonjiru ก็ยังมี Kinpira Gobo, Gobo Makizushi, ทำเป็น Tempura ก็ได้ แถบเกียวโตนิยมนำมาทอดกรอบ คล้ายๆ มันฝรั่งทอด (Potato Chips) แล้วโกโบก็ยังนำมาปรุงได้อีกหลากหลาย อาทิ โกโบนึ่ง, โกโบตุ๋น, คินพิระ (Kinpira) หรือโกโบหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทอดกับสาเก ซีอิ้วขาว มิริน น้ำมันงาอย่างเผ็ด, โออุระ โกโบตุ๋น, สลัดโกโบย่าง, ผัดผักรวมกับ Kinpira, สลัด Super Risou Gobo หรือ โกโบภูเขานึ่ง/ทอด
คุณสมบัติอันโดดเด่นของโกเบก็คือคุณค่าทางอาหาร ช่วยบำรุงเลือด บำรุงผิวพรรณ แถมยังเชื่อกันว่าจะป้องกันโรคมะเร็ง และต่อต้านโรคเบาหวานได้ด้วย ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมนำมาปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ
แต่ถ้านำโกโบมาปรุงกับหัวไชเท้าแห้ง (daikon) หรือเห็ดชิตาเกะ (Shiitake) หรือขึ้นฉ่าย หรือต้นหัวผักกาด (turnip) ก็จะมีสรรพคุณต้านทานมะเร็ง ทำให้กระเพาะแข็งแรง
การใช้ประโยชน์: ประกอบอาหาร
เมล็ดพันธุ์ โกโบ ทากิโนกาว่า ( Gobo Takinogawa Seed ) บรรจุ 5 เมล็ด
เมล็ดพันธุ์: โกโบ ทากิโนกาว่า
ชื่อพันธุ์ : Gobo Takinogawa
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Arctium lappa
บรรจุซองละ 5 เมล็ด
รสชาติและกลิ่น : จืด มันๆ
สายพันธุ์: แท้ OP (สามารถใช้เมล็ดรุ่นต่อไป ปลูกต่อได้ )
อายุเก็บเกี่ยว: 120 วัน
ความต้องการแสงแดด: แดดจัดหรือแดดเต็มวัน
ดินที่เหมาะสมกับการปลูก: ดินร่วน / ดินร่วนปนทราย
อัตรางอกประมาณ: 80%
รายละเอียด : โกโบ (Gobo) หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Burdock Root” เป็นส่วนของรากไม้ตระกูลหญ้าเจ้าชูชนิดดี
ซึ่งสามารถรับประทานได้ มีชื่อเป็นภาษาลาตินว่า “Arctium lappa” โดยโกโบจะพบได้ทั่วไปในที่ที่อากาศดี
ดินมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ และแสงแดดจัด แล้วยังมีการเพาะปลูกกันทั่วไปในญี่ปุ่นด้วย
การปลูกโกโบนั้น มักจะเริ่มเพาะเมล็ดกันราวกลางฤดูร้อน จะใช้เวลาเพียง 3 – 4 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ คือประมาณปลายฤดูใบไม้ร่วง หลังจากนั้นโกโบก็จะมีกากใยมากเกินไป ส่วนใหญ่จึงจะเก็บเกี่ยวกับเมื่อมีอายุราว 3 เดือน แต่โกโบเป็นพืชจะชอบปุ๋ยมาก สมัยก่อนเกษตรกรจึงนิยมใส่ปุ๋ยเคมีในปริมาณมาก อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้ในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka Prefecture) ก็เริ่มมีความนิยมในการปลูกโกโบแบบออร์แกนิคส์มากขึ้นเรื่อยๆ เน้นการเพาะปลูกแบบชีวภาพ เป็นธรรมชาติ โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง
ลักษณะของรากโกโบนั้นค่อนข้างเรียว มีความหนาเฉลี่ยประมาณ 2 เซนติเมตร และสามารถยาวได้ถึง 1 เมตร โกโบมีลักษณะกรุบกรอบ และมีรสหวานอ่อนๆ แต่ก็มีกลิ่นฉุนเหมือนกัน ซึ่งสามารถลดความขื่นได้โดยการหั่นโกโบเป็นชิ้นเล็กๆ และแช่น้ำทิ้งไว้ 5 – 10 นาที อย่างไรก็ตามถ้านำโกโบไปทำ Tonjiru (ทงจิรุ) หรือซุปมิโสะใส่หมู ความขื่นนี้จะทำให้รสชาติของ Tonjiru อร่อยขึ้น แล้วดอกอ่อนของโกโบสามารถเก็บเกี่ยวมารับประทานได้เช่นกันในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ รสชาติก็คล้ายๆ กับอาร์ติโช้ก (Artichoke) ซึ่งเป็นพืชในตระกูลเดียวกัน
เมนูที่นิยมนำโกโบมาทำนอกจาก Tonjiru ก็ยังมี Kinpira Gobo, Gobo Makizushi, ทำเป็น Tempura ก็ได้ แถบเกียวโตนิยมนำมาทอดกรอบ คล้ายๆ มันฝรั่งทอด (Potato Chips) แล้วโกโบก็ยังนำมาปรุงได้อีกหลากหลาย อาทิ โกโบนึ่ง, โกโบตุ๋น, คินพิระ (Kinpira) หรือโกโบหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทอดกับสาเก ซีอิ้วขาว มิริน น้ำมันงาอย่างเผ็ด, โออุระ โกโบตุ๋น, สลัดโกโบย่าง, ผัดผักรวมกับ Kinpira, สลัด Super Risou Gobo หรือ โกโบภูเขานึ่ง/ทอด
คุณสมบัติอันโดดเด่นของโกเบก็คือคุณค่าทางอาหาร ช่วยบำรุงเลือด บำรุงผิวพรรณ แถมยังเชื่อกันว่าจะป้องกันโรคมะเร็ง และต่อต้านโรคเบาหวานได้ด้วย ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมนำมาปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ
แต่ถ้านำโกโบมาปรุงกับหัวไชเท้าแห้ง (daikon) หรือเห็ดชิตาเกะ (Shiitake) หรือขึ้นฉ่าย หรือต้นหัวผักกาด (turnip) ก็จะมีสรรพคุณต้านทานมะเร็ง ทำให้กระเพาะแข็งแรง
การใช้ประโยชน์: ประกอบอาหาร