สภาพแวดล้อมการปลูก
แรดิช เป็นพืชที่ีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น เนื่องจากเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นดินที่ใช้ปลูกควรร่วนปนทราย มีอินทรีย์วัตถุสูง หน้าดินควรลึก ระบายน้ำ และอากาศดี และควรมีค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 ควรย่อยดินให้ละเอียด และไม่มีเศษหิน หรือดินที่เป็นก้ิอนแข็ง หรือปุ๋ยคอกที่ยังไม่สลายตัว เนื่องจากจะทำให้ผลผลิตและคุณภาพต่ำ
อุณหภูมิที่เหมาะสม ต่อการปลูกอยู่ระหว่าง 15-21’C เพื่อการเจริญเติบโตและการลงหัว หากอุณหภูมิประมาณ 2-7’C เป็นระยะเวลา 4 วัน จะทำให้ออกดอกโดยไม่มีการลงหัว หากอุณหภูมิสูงเกินไปจะมีการเจริญเติบโตทางใบมากและการลงหัวมีขนาดเล็ก เนื้อฟ่าม แข็ง กลิ่นฉุึน
ดินที่เหมาะสม แรดิชต้องการดินที่มีความชื้นสูง และสม่ำเสมอตลอดฤดูการปลูก แต่ต้องไม่แฉะ และควรได้รับแสงตลอดวัน เพื่อการเจริญเติบโต และการลงหัว ดังนั้นการเลือกที่ปลูกควรโล่งแจ้ง ไม่มีร่่มหรือเงามาบัง
แรนดิช
การใช้ประโยชน์
แรดิช มีคุณค่าทางอาหาร เช่น ประกอบด้วยธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และคาร์โบไฮเดรตสูง แต่มีวิตามินชนิดต่างๆ ต่ำ นิยมนำมารับประทานสดในสลัด ต้มซุป ต้มจืด
สภาพแวดล้อมการปลูก
แรดิช เป็นพืชที่ีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น เนื่องจากเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นดินที่ใช้ปลูกควรร่วนปนทราย มีอินทรีย์วัตถุสูง หน้าดินควรลึก ระบายน้ำ และอากาศดี และควรมีค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 ควรย่อยดินให้ละเอียด และไม่มีเศษหิน หรือดินที่เป็นก้ิอนแข็ง หรือปุ๋ยคอกที่ยังไม่สลายตัว เนื่องจากจะทำให้ผลผลิตและคุณภาพต่ำ
อุณหภูมิที่เหมาะสม ต่อการปลูกอยู่ระหว่าง 15-21’C เพื่อการเจริญเติบโตและการลงหัว หากอุณหภูมิประมาณ 2-7’C เป็นระยะเวลา 4 วัน จะทำให้ออกดอกโดยไม่มีการลงหัว หากอุณหภูมิสูงเกินไปจะมีการเจริญเติบโตทางใบมากและการลงหัวมีขนาดเล็ก เนื้อฟ่าม แข็ง กลิ่นฉุึน
ดินที่เหมาะสม แรดิชต้องการดินที่มีความชื้นสูง และสม่ำเสมอตลอดฤดูการปลูก แต่ต้องไม่แฉะ และควรได้รับแสงตลอดวัน เพื่อการเจริญเติบโต และการลงหัว ดังนั้นการเลือกที่ปลูกควรโล่งแจ้ง ไม่มีร่่มหรือเงามาบัง
แรนดิช
การใช้ประโยชน์
แรดิช มีคุณค่าทางอาหาร เช่น ประกอบด้วยธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส และคาร์โบไฮเดรตสูง แต่มีวิตามินชนิดต่างๆ ต่ำ นิยมนำมารับประทานสดในสลัด ต้มซุป ต้มจืด